จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดชายแดนตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย สภาพพื้นที่เป็นแนวรูปร่างยาวโค้งเล็กน้อย เลียบตามชายฝั่งขวาของแม่น้ำโขง มีส่วนกว้างจากทิศตะวันออกไป ทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร ส่วนยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 153 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 5,512.668 ตารางกิโลเมตร ลักษณะทั่วไปเป็นทิวเขาที่เนินสูงและที่ราบ มีพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 20 ของพื้นที่
อาณาเขตและการปกครอง ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอําเภอเซกา จังหวัดหนองคาย ทิศใต้ ติดต่อกับเขตอําเภอดงหลวง กิ่งอําเภอหว่านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงคําม้วนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอําเภอกุสุมาลย์ อําเภออากาศอํานวย จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อําเภอ กับ 1 กิ่งอําเภอ คือ อําเภอเมือง อําเภอธาตุพนม อําเภอนาแก อําเภอท่าอุเทน อําเภอเรณูนคร อําเภอบ้านแพง อําเภอปลาปาก อําเภอศรีสงคราม อําเภอนาหว้า และกิ่งอําเภอโพนสวรรค์
ประวัติ จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์มาแต่โบราณกาล ในฐานะเมืองเก่าเมืองแก่เคียงคู่อยู่กับอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง และต่อมาก็ได้ย้ายมาอยู่ทางฝั่งขวา ตํานานแห่งประวัติศาสตร์ ได้จารึกไว้ว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ตีกรุงเวียงจันทน์ได้ ชื่อของดินแดนแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น " มรุกขนคร " และต่อมาได้โปรดฯ ให้เป็น นครพนม เพื่อความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ด้วยเป็นเมืองที่มีพื้นที่ติดต่อกับเทือกเขามากมาย ด้วยความเป็นอาณาจักรที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาเก่าก่อนประกอบกับแม่น้ำโขงเป็นแหล่งอารยธรรมของมนุษยชาติ ดังนั้น นครพนมจึงมีโบราณสถานและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นแบบอย่างของตัวเองอยู่มาก
การเดินทาง ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้า ทางหลวงหมายเลข2ถนนมิตรภาพผ่านนครราชสีมาถึงอําเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านมหาสารคาม กาฬสินธุ์ สกลนคร ถึงจังหวัดนครพนม รวมระยะทาง 740 กิโลเมตร ทางรถยนต์มีรถโดยสารธรรมดา-ปรับอากาศ-ปรับอากาศพิเศษ (วีไอพี) วิ่งบริการทุกวัน รถธรรมดา จัดว่นงบริการโดยบริษัทขนส่งจํากัด(รถด่วน99) สถานีขนส่งหมอชิต โทร. 271-0101-5 โดยออกจากกรุงเทพฯ เวลา 06.00 น. และ 18.15 น. และออกจากนครพนมเข้ากรุงเทพฯ เวลา 08.30น. และ18.30น. โทร.(042)511403ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง รถปรับอากาศและปรับอากาศพิเศษ (รถนอน) จัดวิ่งบริการโดยบริษัทต่างๆ ดังนี้ 1. บริษัทขนส่ง จํากัด (รถด่วน 99) สถานีขนส่งหมอชิต โทร. 279-4484-7 โดยออกจากกรุงเทพฯ เวลา 18.00/19.00 น. และเวลา 20.40น. ออกจากนครพนมเวลา 17.00 น/17.30 น. และ 18.00 น. โทร.(042) 511403 2. บริษัท แสงประทีปเดินรถ จํากัด สถานีขนส่งกรุงเทพมหานคร โทร. 271-2989 โดยออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.30 น. / 19.30 น./19.50 น. และ 20.00 น. และออกจากนครพนม เวลา 08.00 น. /18.20น./18.30น.และ18.45 น.โทร.(042)511245 3. บริษัทชัยสิทธิ์ และบริษัทเชิดชัยทัวร์ ทั้งสองบริษัทนี้มีรายละเอียดการเดินทาง เช่นเดียวกับบริษัทแสงประทีปเดินรถ จํากัด และสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 279-0156 สถานีขนส่ง รถปรับอากาศกรุงเทพมหานคร(หมอชิตใหม่)
ทางเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) เปิดบริการเที่ยวบินไปสกลนครทุกวันจากนั้นโดยสารรถตู้ปรับอากาศ บริการถึงนครพนม ระยะทาง 93 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ-สกลนคร 1 ชั่วโมง 40 นาที สํารองที่นั่งได้ที่ โทร. 280-0060, 628-2000
ทางรถไฟ เดินทางโดยรถดีเซลรางจากกรุงเทพฯ - อุดรธานี จากนั้นโดยสารรถตู้ปรับอากาศบริการถึงนครพนม ระยะทาง 252 กิโลเมตร บริการรถตู้ปรับอากาศโดยบริษัท มีสุขทัวร์ จํากัด รายละเอียดสอบถามได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 223-7010,2237020
นอกจากนั้นระหว่างจังหวัดนครพนม กับจังหวัดใกล้เคียงมีรถประจําทางบริการตลอดเช่น นครพนม-สกลนคร โดยบริษัท สหอุดรเดินรถ จํากัด นครพนม-อุดรธานี โดยบริษัท สหอุดรเดินรถ จํากัด นครพนม-อุบลราชธานี โดยบริษัท สหมิตรเดินรถ จํากัด โทร. (042)511115 นครพนม-หนองคายโดยรถ 224 และในระหว่างอําเภอนั้นมีรถโดยสารประจําทางจากจังหวัดถึงอําเภอทุกอําเภอด้วย
ระยะทางจากจังหวัดนครพนม ถึงอําเภอต่างๆ นครพนม - อําเภอท่าอุเทน 27 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอบ้านแพง 100 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอธาตุพนม 50 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอศรีสงคราม 68 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอปลาปาก 44 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอนาแก 76 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอเรณูนคร 52 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอนาหว้า 95 กิโลเมตร นครพนม - อําเภอกิ่งอําเภอโพนสวรรค์ 42 กิโลเมตร
งานประเพณีไหลเรือไฟ (เฮือไฟ) จัดขึ้นในวันออกพรรษา คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 การไหลเรือไฟถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า ในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาจากเทวโลก หลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจําพรรษาที่ดาวดึงษ์ เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา เมื่อออกพรรษาแล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่มนุษย์โลก โดยบันไดทิพย์ทั้ง 3 วันนี้เรียกว่า วันพระเจ้าโปรดโลก พระองค์เสด็จมา ณ เมืองสังกัสสะ สถานที่นั้นเรียกว่า " อจลเจดีย์ " (อ่านว่า อะ-จะ-ละ-เจ-ดี) ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จ มวลมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จ ด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟ ก็คือการสักการะบูชาอย่างหนี่งในวันนั้นและได้ทําเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีตํานานการไหลเรือไฟที่แตกต่างกันก็ ถือว่าทําให้ได้รับอานิสงฆ์เหมือนกัน เดิมเรือไฟทําด้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ต่อเป็นลําเรือ ยาวประมาณ 5-6 วา ข้างในบรรจุไว้ด้วยขนม ข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการจะบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต สําหรับจุดให้สว่างไสว ก่อนจะปล่อยเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทําเรือไฟเป็นรูปแบบต่างๆที่ขนาดใหญ่โตขึ้นมีวิธีการประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ลงกลางลําน้ำโขงภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วงจะเป็นภาพที่งดงาม ติดตาติดใจผู้พบเห็นไปตราบนานเท่านานไม่มีที่ไหนๆในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่เหมือนที่จังหวัดนครพนม
การแข่งเรือ (ส่วงเฮือ) เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน โดยจัดขึ้นระหวางงานบุญออกพรรษา มีความมุ่งหมายให้ชาวบ้านได้สนุกสนานร่วมกัน ก่อให้เกิดความสามัคคีความเสียสละและเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวลาว และชาวไทย จัดขึ้นในลําน้ำโขง มีระยะทางแข่งขัน 3 กิโลเมตร มีร่องน้ำที่ไหลเชี่ยวยากลําบากมากในการแข่งขัน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าผู้ชนะคือผู้เก่งที่สุดในแถบลุ่มน้ำโขง