นครศรีธรรมราช เป็นเมืองเก่ามีความหมายถึง นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม หรือ เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ นครศรีธรรมราชอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 780 กิโลเมตร และทางรถไฟประมาณ 832 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 9,942.502 ตารางกิโลเมตร
อาณาเขตและการปกครอง ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอาวไทย ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดพัทลุง สงขลา และตรัง ทิศตะวันออก ติดต่อกับชายทะเลฝั่งอ่าวไทย ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุราษฎรธานี และกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แบ่งการปกครองออกเป็น 19 อําเภอ 2 กิ่งอําเภอ คือ อําเภอเมืองสุราษฎร์ธานี อําเภอปากพนัง อําเภอเชียรใหญ่ อําเภอร่อนพิบูลย์ อําเภอชะอวด อําเภอทุ่งสง อําเภอท่าศาลา อําเภอฉวาง อําเภอสิชล อําเภอหัวไทร อําเภอลานสกา อําเภอทุ่งใหญ่ อําเภอพิปูน อําเภอนาบอน อําเภอพรหมคีรี อําเภอขนอม อําเภอบางขัน อําเภอถ้ำพรรณรา อําเภอจุฬาภรณ์ กิ่งอําเภอพระพรหม และกิ่งอําเภอนบพิตํา
การเดินทาง ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ โดยทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 หรือจะใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์จนถึงชุมพร เปลี่ยนมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอําเภอทุ่งสง อําเภอร่อนพิบูลย์ จนถึงนครศรีธรรมราช หรือจะเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงอําเภอท่าฉาง จังหวัดชุมพร แล้วจากนั้นให้แยกเข้าสู่สุราษฎร์ธานี โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงนครศรีธรรมราช
ทางรถโดยสาร บริษัท ขนส่ง จํากัด มีรถโดยสารปรับอากาศชั้นหนึ่งและรถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี(ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี)ติดต่อสอบถามได้ที่โทร.435-1200, 434-7192 นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัทเอกชน ได้แก่ กรุงสยามทัวร์ โทร. 282-0261, 280-2118 หรือ โทร.(075) 341665 นครศรีทัวร์ โทร. 435-5033, 435-5025 หรือโทร. (075) 342134 โสภณทัวร์ โทร. 281-2882-3 หรือ โทร. (075) 341221 นครศรีร่มเย็นทัวร์ โทร. 435-7428, 435-5016, 433-0722 หรือ โทร. (075) 344373, 315390
ทางรถไฟ มีขบวนรถเร็ว และรถด่วน กรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช ออกจากสถานีกรุงเทพฯ ถึงนครศรีธรรมราช ระยะทาง 832 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีขบวนรถด่วนและรถเร็วอีกหลายขบวนผ่านสถานีชุมทางทุ่งสง ซึ่งสามารถจะต่อรถไฟ หรือรถยนต์เข้าสู่นครศรีธรรมราชได้อีกต่อหนึ่ง ติดต่อสอบถาม รายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 223-7010, 223-7020 หรือที่ สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช โทร. (075) 356364
ทางอากาศ บริษัทการบินไทย จํากัด เปิดเที่ยว กรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.40 ชั่วโมง รายละเอียดติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัทการบินไทย จํากัด โทร.280-0060, 628-2000 และที่นครศรีธรรมราช โทร. (075) 342491,343874 การคมนาคมภายในตัวจังหวัด มีรถสองแถววิ่งบริการรอบเมือง ส่วนการคมนาคมจากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปสู่จังหวัดข้างเคียงสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งรถตู้ รถแท็กซี่ รถโดยสาร รถไฟ และเครื่องบิน
ระยะทางจากอําเภอเมืองนครศรีธรรมราชไปยังอําเภอต่างๆ อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอปากพนัง 36 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอทุ่งสง 55 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอฉวาง 71 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอรอนพิบูลย์ 32 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอชะอวด 71 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอท่าศาลา 28 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอเชียรใหญ่ 52 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอสิชล 66 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอหัวไทร 66 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอลานสกา 21 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอทุ่งใหญ่ 102 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอพิปูน 93 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอพรหมคีรี 21 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอบางขัน 94 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอถ้ำพรรณรา 25 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอจุฬาภรณ์ 50 กิโลเมตร อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช - อําเภอขนอม 100 กิโลเมตร
ระยะทางจากตัวจังหวัดนครศรีธรรมราชไปยังจังหวัดใกล้เคียง จังหวัดนครศรีธรรมราช - จังหวัดสุราษฎร์ธานี 356 กิโลเมตร จังหวัดนครศรีธรรมราช - จังหวัดตรัง 131 กิโลเมตร จังหวัดนครศรีธรรมราช - จังหวัดพัทลุง 193 กิโลเมตร จังหวัดนครศรีธรรมราช - จังหวัดสงขลา 313 กิโลเมตร จังหวัดนครศรีธรรมราช - จังหวัดกระบี่ 336 กิโลเมตร
ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ เนื่องจากพระบรมธาตุเจดีย์ เป็นเสมือนตัวแทนของพระพุทธศาสนา และชาวนครฯเชื่อมั่นว่ามีบุญญาภินิหารหาที่เปรียบมิได้ ทั้งนี้เพราะว่าภายในเจดีย์ได้บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุไว้ในปีหนึ่งๆ จะต้องมีการบูชาบวงสรวง นําผ้ามาห่อหุ้มองค์เจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคลอันจะนํามาซึ่งความสําเร็จในการดํารงชีพทุกด้าน ประเพณีนี้จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ซึ่งจะทํากัน ในวันมาฆบูชา คือในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 และในวันวิสาขบูชา คือในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 พุทธศาสนิกชนทั่วไปจัดขบวนแห่ผ้าพระบฏนําขึ้นไปถวายสักการะในเวลากลางคืนจะเวียนเทียนรวมกัน เสร็จจากเวียนเทียนแล้วก็จะเที่ยวชมมหรสพพื้นบ้านกัน
ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มากของชาวภาคใต้และนครศรีธรรมราชงานประเพณีนี้เริ่มในวันแรม 9 ค่ำ ถึงขึ้น 3 ค่ำ เดือน 10 ของทุกๆปี ประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นงานบุญ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบุพการีซึ่งล่วงลับไปแล้ว เชื่อว่าผู้ที่มีบาปมากจะถูกปล่อยตัวจากนรก เพื่อให้ขึ้นมาพบญาติพี่น้องและลูกหลานของตนในเมืองมนุษย์ ในวันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบ และให้กลับลงไปอยู่ในนรกดังเดิม ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ ดังนั้นจึงมีการทําบุญตามวัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เริ่มในวันแรม 13 ค่ำ ซึ่งเป็นวันจ่ายหมายถึงวันออกจับจ่ายซื้อของ ที่จําเป็นในการจัดตกแต่ง หมู่รับ (สํารับ) ในวันแรม 14 ค่ำ คือวัน ยกหมู่รับ หมายถึงการยก หมู่รับ ไปวัด หรือวันรับตายายและ วันที่ผู้ล่วงลับจะต้องกลับลงไปอยู่ในนรกตามเดิม คือวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ เรียกว่า วันบังสกุล หรือวันส่งตายาย สําหรับหมู่รับในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาจากการจัดหมู่รับแบบดั้งเดิม เป็นการจัดตกแต่งให้สวยงามมากขึ้น โดยมีอุปกรณ์ประกอบครบถ้วนตามแบบโบราณและจัดให้มีการแข่งขัน การจัดหมู่รับขึ้นอีกด้วย โดยจะมีขบวนพิธีแห่หมู่รับรับแห่แหนกัน อย่างสวยงามตลอดแนวถนนราชดําเนิน ในวันแรม 14 ค่ำ เดือนสิบ
ประเพณีชักพระ หรือ ลากพระ อิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดียได้กระจายสู่แนวคิดของชาวนครฯ สืบต่อกันมา ถือว่าเป็น การแสดงความยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ จึงอัญเชิญขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้แล้วแห่แหนไปยังที่ประทับ ส่วนเหตุผลที่แท้จริงของชาวนครฯ ในการปฏิบัติคือเป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ของวัดออกแห่แหน หลังจากอยู่ในพรรษา นานแล้ว เพื่อเป็นการผ่อนคลายความจําเจและประกวดประขัน ความเลื่อมใสศรัทธากัน มีทั้งทางบก ซึ่งเรียกว่า ลากพระบก และทางน้ำ เรียกว่า ลากพระน้ำ จะทํากันในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 โดยก่อนหน้านั้นประมาณ 7 วัน จะมีการตีกลอง รัวกรับ เรียกว่า คุมพระ และตกแต่งทําบุษบกสําหรับประดิษฐานพระพุทธรูปปางอุมบาตร (พระลาก) การลากพระนิยมทํากันในวันออกพรรษา เพียงวันเดียว โดยลากออกจากวัดตอนเช้าและกลับวัดตอนเย็น
งานเทศกาลมังคุดหวาน และของดีเมืองคอน เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลไม้ต่างๆ ของเมืองนครฯ โดยเฉพาะ มังคุด ซึ่งมีการปลูกกันมากตามอําเภอต่างๆ การบริโภคมังคุด ในเมืองนครฯนี้ มีวิธีที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ คือ บริโภคในขณะมังคุดยังดิบอยู่ เรียกว่า มังคุดคัด กรรมวิธีคือ นําเอามังคุดดิบที่ได้คัดขนาดไว้แล้วมาคัด (ปอก) เอาเปลือกออก โดยที่เนื้อมังคุดยังขาวสะอาดอยู่ รสชาตของมังคุดจะหวานอมเปรี้ยว
นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ผลไม้สําคัญที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งผลไม้เมืองร้อน แล้วยังเป็นการเผยแพร่ศิลปหัตถกรรม ของชาวเมืองนครฯอีกด้วยเช่นการจักสานย่านลิเพาการทําเครื่องถม ช่วงเวลาของการจัดงานจะอยู่ในระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูที่มีมังคุดออกจําหน่ายสู่ท้องตลาดทั่วไป
กีฬาพื้นเมือง กีฬาชนวัว ถือเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้อย่างหนึ่ง และเป็นกีฬาท้องถิ่นอันสืบทอดมาเป็นเวลานานของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีวิธีการอย่างละเอียดและมีขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกโคตัวผู้พันธุ์ดีลักษณะดี สายเลือดดี เพื่อเลี้ยงและฝึกฝนอย่างใกล้ชิด การชนโค จะจัดให้มีขึ้นทุกสัปดาห์โดยหมุนเวียนกันไปตามอําเภอต่างๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดมากนักได้แก่อําเภอเมืองอําเภอปากพนัง อําเภอฉวาง และอําเภอทุ่งสง
เครื่องถมนคร เป็นหัตถกรรมสําคัญของนครศรีธรรมราชที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาแต่อดีตเครื่องถมเมืองนครศรีธรรมราช มี 2 ชนิด คือ ถมดําซึ่งจะมีลวดลาย เป็นสีขาว พื้นเป็นสีดํา และถมทองหรือถมทาทอง ซึ่งจะมีลวดลายเป็นสีทอง พื้นเป็นสีดํา ปัจจุบันมีการสอนการทําหัตถกรรมเครื่องถม ที่วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราชสังกัดกรมอาชีวศึกษา เครื่องถมนครที่ได้รับความนิยมจนปัจจุบันเนื่องจาก ยังรักษาคุณภาพไว้ได้ ลวดลายต่างๆยังสลักด้วยมือ น้ำยาถมนคร ก็มีสีดําสนิทเป็นเงา สินค้าเครื่องถมได้แก่ แหวน ล็อกเกต กําไล ขัน พาน ถาด ซึ่งเป็นการทําโดยใช้มือทั้งสิ้น บริเวณที่มีเครื่องถมขายมากปัจจุบันคือ ถนนท่าช้าง หลังสนามหน้าเมืองบริเวณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช และในบริเวณตลาดท่าวัง
เครื่องทองเหลือง ที่หมู่บ้านไทยอิสลามสวนมะพร้าว หลังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ปัจจุบันมีผลิตกระบอกรีด เส้นขนมจีนอย่างเดียว
สร้อยนะโม สร้อยเงิน และสร้อยสามกษัตริย์ เป็นงานที่ตกทอดกันมาชานานด้านฝีมือ ช่างเงินของชาวนครศรีธรรมราช ที่ประดิษฐถักร้อยสร้อยนานาชนิดมีทั้งเงินทองและสามกษัตริย์ (คือเงินทองนาก)มีศูนย์รวมอยู่ที่บริเวณถนนท่าช้างหลังสนามหน้าเมือง
หนังตะลุง การแกะหนังตะลุงเป็นศิลปหัตถกรรมที่ควบคู่กับการเล่นหนังตะลุงของภาคใต้ ตัวหนังตะลุงของไทยได้ดัดแปลงแก้ไขรูปร่างตัวหนังตะลุงของชวา ให้เป็นศิลปะตามแบบของไทย มือเท้าของตัวหนังสามารถเคลื่อนไหวได้ขณะเชิด หนังที่ใช้แกะทําหนังตะลุง จะใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะดิบ วิธีแกะจะใช้สิ่วขนาดต่างๆ ตอกสลักตามลวดลายที่ได้รับการออกแบบไว้แล้ว ราคาหนังตะลุงแต่ละตัวจะต่างกันขึ้นอยู่กับความประณีตของงานและขนาดของตัวหนัง ปัจจุบันหนังตะลุงเป็นสินค้าเอกลักษณ์ที่สําคัญอย่างหนึ่งของนครศรีธรรมราชและพัทลุง โดยเฉพาะในตัวเมืองนครฯมีร้านแกะสลักและจําหน่ายตัวหนังตะลุงมากมาย แต่ที่มีจอสาธิตและสามารถแสดงการเล่นหนังตะลุงให้ชมด้วยมีอยู่ที่บ้านหนังนายสุชาติ ทรัพย์สิน ถนนศรีธรรมโศก ซอย 3
เครื่องใช้ย่านลิเพา การทําเครื่องใช้ด้วยย่านลิเพาเป็นศิลปหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของปักษ์ใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นงานฝีมือที่มีมานานมากกว่า 100 ปี และในปัจจุบันมีการฟื้นฟูกันขึ้นมาจนได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง
ย่านลิเพา หรือย่านลิเพา บางท้องถิ่นเรียกว่า ย่านยายเภา หรือย่านเภา หรือย่านลําเภา เป็นพืชเถาที่ขึ้นในที่ดอน ชอบขึ้นปะปนเลื้อยเก่าะกับพืชอื่น ลําต้นเหนียว มีความทนทาน ชาวบ้านจึง นํามาสานเป็นเครื่องใช้สอยแทนหวาย เช่น กระเป๋าถือ กล่องยาเส้นปนชา เป็นต้น บางชิ้นจะมีการเลี่ยมนาก เงิน ถมทอง หรือทอง การสานผลิตภัณฑ์ย่านลิเพาแต่ละชิ้นจะใช้เวลาราว 10 วัน จนถึงแรมเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของลวดลายและความประณีต แหล่งผลิตสิ่งของจากย่านลิเพา ได้แก่ ศูนย์ศิลปหัตถกรรม พื้นบ้านนครศรีธรรมราช บ้านหมน ตําบลท่าเรือ อําเภอเมือง และที่ครอบครัวทหารในค่ายวชิราวุธ
พัดใบกะพอ อยู่ที่หมู่บ้านอําเภอรอนพิบูลย์ ทําพัดใบกะพอ ส่งจําหน่ายทั่วทั้งประเทศ เป็นหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของจังหวัด
ผ้ายกนคร ผ้ายกนครเป็นผ้าทอที่มีชื่อเสียงของนครศรีธรรมราช ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผ้ายกนคร ทอได้หลายชนิดแต่ละชนิดมีดอกและลวดลายของตัวเอง เช่น ผ้าตก ผ้าเก่ากี่ ผ้าราชวัต ผ้าห่ม เป็นต้น แหล่งทอผ้าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ บ้านนาสาร บ้านม่วงขาว บ้านมะม่วงสองต้น และในตัวเมืองนครฯ ปัจจุบันผ้ายกนคร ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่และใช้วัตถุการทอเป็นด้ายหรือฝ้ายธรรมดา คล้ายกับผ้าทอพื้นเมืองของท้องถิ่นทั่วไป แต่มีลวดลายยกดอกแบบโบราณ