การคมนาคม จังหวัดปัตตานีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 1,055 กิโลเมตร หรือ 1,025 กิโลเมตรโดยทางรถไฟ (สถานีโคกโพธิ์) การเดินทางไปไดสะดวกทั้งทางรถประจําทาง รถไฟและเครื่องบิน ดังนี้
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ สําหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถส่วนตัว สามารถใช้เส้นทางหมายเลข 35 (ธนบุรี ปากท่อ) ระยะทาง 90 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 จนถึงจังหวัดชุมพร รวมระยะทางประมาณ 460 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 41, 42, 43 ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ผ่านปากน้ำเทพา เข้าสู่จังหวัดปัตตานี รวมระยะทางอีก 505 กิโลเมตร
ทางรถโดยสารประจําทาง จากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารประจําทางทั้งรถธรรมดา และปรับอากาศ ออกจาก สถานีขนส่งสายใต้ ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 15 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 435-1200,434-7192
ทางรถไฟ จากสถานีกรุงเทพฯ (หัวลําโพง) มีขบวนรถด่วนและรถเร็วบริการถึงสถานีโคกโพธิ์ทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้จากหน่วยบริการเดินทาง ภายในบริเวณ สถานีกรุงเทพฯ โทร. 223-7010, 223-7020 จากสถานีโคกโพธิ์ จะมีรถโดยสารประจําทางและรถแท็กซี่บริการระหวางอําเภอโคกโพธิ์-อําเภอเมือง ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร
ทางอากาศ มีเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จํากัด บริการระหว่างกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ทุกวัน และต่อเครื่องจากหาดใหญ่ไปปัตตานี (สนามบินบ่อทอง) สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท การบินไทย จํากัด โทร. 280-0060, 628-2000 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถต่อรถโดยสารประจําทางหรือรถแท็กซี่ จากหาดใหญ่ไปปัตตานีได้ทุกวัน ระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณชั่วโมงเศษ
ระยะทางจากอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดไปยังอําเภอต่างๆ อำเภอเมืองปัตตานี - อําเภอหนองจิก 8 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - อําเภอยะหริ่ง 15 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - อําเภอยะรัง 15 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - อําเภอโคกโพธิ์ 26 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - อําเภอมายอ 29 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - อําเภอปะนาเระ 45 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - อําเภอสายบุรี 50 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - กิ่งอําเภอทุ่งยางแดง 46 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - กิ่งอําเภอแม่ลาน 53 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - กิ่งอําเภอไม้แก่น 67 กิโลเมตร อำเภอเมืองปัตตานี - กิ่งอําเภอกะพ้อ 65 กิโลเมตร
ระยะทางจากจังหวัดปัตตานี ไปยังสถานีที่ใกล้เคียง จังหวัดปัตตานี - จังหวัดยะลา ระยะทาง 35 กิโลเมตร จังหวัดปัตตานี - จังหวัดนราธิวาส ระยะทาง 92 กิโลเมตร จังหวัดปัตตานี - จังหวัดสงขลา ระยะทาง 99 กิโลเมตร
ปัตตานีเป็นจังหวัดเก่าแก่ ที่มีวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน โดยได้รับอิทธิพลจากลัทธิศาสนา ต่างๆ เช่น ฮินดู พุทธ อิสลาม และวัฒนธรรมจากจีน เป็นต้น ประเพณีที่ขึ้นชื่อของชาวปัตตานี ได้แก่
ประเพณีชักพระ เป็นพิธีรําลึกถึงวันรับเสด็จ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับจากจําพรรษา และแสดงพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ โปรดพระพุทธมารดา ณ ดาวดึงส์ ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ครั้งพุทธกาล ต่อมาจึงได้กลายเป็น ประเพณีกระทํากันทุกปี โดยพุทธศาสนิกชนในท้องที่อําเภอโคกโพธิ์และใกล้เคียงจะชักลากเรือพระ ที่ตกแต่งอย่างสวยงามจากวัดต่างๆ ผู้ร่วมขบวนจะแต่งกายอย่างงดงาม มีการฟ้อนรําหน้าเรือพระมีการนมัสการเรือพระพร้อมกับถวายภัตตาหารพระภิกษุสามเณร ณ สนามหน้าที่ว่าการอําเภอ และมีงานเฉลิมฉลองเป็นเวลา 5 วัน 5 คืน
ประเพณีแห่นก จัดขึ้นเป็นเกียร์ติในงานเทศกาลงานเฉลิมฉลอง หรืองานมงคลทั่วไป เช่น พิธีสุหนัดในศาสนาอิสลาม หรือใช้เป็นขบวนแห่ต้อนรับอาคันตุกะผู้เป็นแขกบ้านแขกเมืองคนสําคัญ นอกจากนี้ยังมีประเพณีงานสารทเดือน 10 ระหว่างวันแรม 14-15 ค่ำ มีการทําบุญอุทิศสวนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว กลางคืนมีมหรสพของปักษ์ใต้ฉลอง เช่น ลิเกฮูลู ซึ่งคล้ายกับลําตัดหรือ เพลงฉ่อยของภาคกลาง โนรา หนังตะลุง รองเง็ง (คล้ายรําวง นิยมเล่นกันในราชสํานักชวามาก่อน จึงแพร่หลายเข้ามาทาง ปักษใต้) มะโย่ง (ละครไทยมุสลิมภาคใต้) ซีละ (กีฬาอย่างหนึ่งของชาวมลายู ซึ่งแสดงถึงศิลปะการต่อสู้ที่สง่างามและกล้าหาญ)
งานฮารีรายอ หรือ งานฉลองการเลิกถือศีลอด ของชาวไทยมุสลิม (ในช่วงเดือน 9 ถึงวันที่ 1 เดือน 10 เป็นเวลา 30 วัน) หลังจากการเลิกถือศีลอดแล้ว ชาวไทยมุสลิมในปัตตานีจะไปชุมนุมกันที่มัสยิดกลาง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยพร้อมเพรียงกัน หลังจากนั้นจึงมีงานมหรสพฉลองเป็นที่ครื้นเครง
งานฉลองเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว เป็นงานประเพณีที่ทํากันทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย ตามจันทรคติของจีน คือหลังวันตรุษจีน 15 วันของทุกปี (หรือตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 ตามจันทรคติของไทย) มีการสมโภชแห่แหนรูปสลักไม้มะม่วงหิมพานต์ ของเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยวและรูปพระอื่นๆ โดยอัญเชิญออกจากศาลมาประทับบนเกี้ยว ตามด้วยขบวนแห่ต่างๆ มีการ ลุยไฟและแสดงอภินิหารต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ โดยผู้ร่วมพิธีจะต้องถือศีลกินเจอย่างน้อย 7 วันก่อนทําพิธี ในงานนี้จะมีชาวปัตตานีและชาวจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมพิธีกันเป็นจํานวนมาก มีการเซ้นไหว้และเฉลิมฉลองกันเป็นที่สนุกสนาน
งานแห่พระอีก๋ง หรือ งานแห่เจ้าพ่อเล่าเอี่ยก๋ง เป็นงานประเพณีของอําเภอสายบุรี ซึ่งจัดในวันแรม 2 ค่ำ และ 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ณ บริเวณศาลเจาบางตะโละ ซึ่งตรงข้ามตําบลตะลุบัน หรือบริเวณศาลเจ้าแห่งใหม่ในเขตเทศบาลตําบลตะลุบัน โดยผลัดกันจัดงานสมโภชในแต่ละแห่งปีเว้นปี จุดสําคัญของงานคือ การจัดขบวนแห่รูปแกะสลักไม้เป็นรูปพระเจดีย์เจ้าพ่อเล่าเอี่ยก๋ง และบริวาร งานดังกล่าวนี้เป็นที่น่าสนใจของชาวไทยพุทธ ในอําเภอสายบุรีและใกล้เคียง ซึ่งได้ยินได้ฟังเรื่องราวความเป็นมา ตลอดจนศรัทธาในอิทธิปาฏิหารย์ของเจ้าพ่อ
ประเพณีลาชัง ประเพณีนี้ชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม เรียกว่า ปูยอบือแน เป็นพิธีฉลองนาข้าว หรือซังข้าว ซึ่งทํากันทุกหมู่บ้าน ทั้งไทยพุทธและไทยอิสลาม ในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสมัยก่อน แต่ปัจจุบันเหลืออยู่แต่ที่ตําบลควน อําเภอปะนาเระเท่านั้น ประเพณีนี้จะจัดให้มีขึ้นภายหลังการเก็บเกี่ยวข้าวราวเดือน 5 หรือเดือน 6 จะมีการทําหุ่นฟางรูปชาย-หญิงจับคู่กัน แล้วจัดขบวนแห่ไปวางไว้บนศาลเพียงตา พร้อมทั้งเครื่องสังเวย เช่นข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวเหนียวห่อต้ม ไข่ต้ม เป็นต้น หลังจากนั้นผู้อาวุโสในหมู่บ้านท่านหนึ่งจะกล่าวคําบวงสรวง แต่งงานให้แก่หุ่นซังข้าว แล้วนําหุ่นดังกล่าวไปเก็บไว้ในนาใกล้ๆ ศาลเพียงตา จุดประสงค์ของการทําพิธีนี้ก็เพื่อขอบคุณเจ้าแม่โพสพ หรือ พระเจ้าที่บันดาลให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ และเพื่อความ สนุกสนานรื่นเริงหลังการเก็บเกี่ยว
งานแข่งขันกีฬาตกปลาสายบุรี จะจัดทุกวันเสาร์และอาทิตยที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่บริเวณชายหาดวาสุกรี อําเภอสายบุรี กีฬาตกปลาเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายและจากสภาพภูมิศาสตร์ของหาดที่มีชายฝั่งทะเลยาวเหยียดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลานานาชนิด จึงทําให้กีฬาตกปลานี้ เป็นกีฬาที่น่าตื่นเต้นท้าทายอีกรูปแบบหนึ่ง
ปัตตานีมีสินค้าพื้นเมืองที่น่าสนใจมากมาย เช่น ปลาหมึกแห้ง น้ำบูดู ข้าวเกรียบปลา ลูกหยีกวน เครื่องทองเหลือง ผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น
ปลาหมึกแห้ง ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดปัตตานีมาจากอําเภอปะนาเระ เป็นปลาหมึกตัวโตขาวใส รสชาติดี
น้ําบูดู ซึ่งเป็นส่วนประกอบสําคัญในการทําข้าวยํา อันเป็นอาหารพื้นเมืองภาคใต้ หากมาจากอําเภอสายบุรีแล้ว ถือว่าเป็นน้ําบูดูที่ดีมาก อร่อยและเก็บไว้ได้นาน
ข้าวเกรียบปลา เป็นของพื้นเมืองที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของอําเภอสายบุรี อร่อยไม่้แพ้ข้าวเกรียบกุ้ง และไม่คาว
ลูกหยีกวน ของอําเภอยะรัง เป็นลูกหยีกวนชนิดไม่มีเมล็ด ทําเป็นห่อขนาดเล็ก รสกลมกลอม เปรี้ยว หวาน เค็มกําลังดี และมีรสเผ็ดนิดๆ กันเลี่ยน
เครื่องทองเหลือง ประเภทถาดชนิดต่างๆ ที่มีการฉลุลาย ขันและภาชนะทองเหลืองแบบต่างๆ มีขายอยู่ที่ถนนปัตตานี
ผ้าปาเต๊ะ และผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะชนิดต่างๆ เช่น ผ้าตัดเสื้อ ผ้าโสร่ง ผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดหน้า ผ้ารองจาน ฯลฯ กรงนกเขาปัตตานี ผู้ที่สนใจการเลี้ยงนกเขา น่าจะลองดูกรงนกเขาของปัตตานีบ้าง กรงนกเขาปัตตานี ทํามาจากไม่ไผ่เหลาอย่างสวยงาม มีแบบให้เลือกมากมาย มีแหล่งผลิตอยู่ที่ตลาดปรีกรี หมู่ที่ 3 ตําบลกระโด อําเภอเมือง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภา เช่น กระเป๋า หมวก ตะกร้า พัด ชุดรับแขกหวายผสมย่านลิเภา ผลิตและจําหน่าย ที่ร้านจําหนายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์เรือนจํา จังหวัดปัตตานี เลขที่ 102 หมู่ 8 ตําบลบานา อําเภอเมือง จังหวัดปัตตานี