จังหวัดสิงห์บุรี เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ด้วยเรื่องราว วีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 142 กิโลเมตร จังหวัดสิงห์บุรีตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2438 ในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เนื่องจากทรงพิจารณาเห็นว่า ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือจังหวัดอ่างทองนั้น มีเมืองเล็กเมืองน้อยอยู่ 3 เมือง คือ เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี และเมืองพรหมบุรี ฉะนั้นจึงโปรดฯให้ยุบเมืองทั้งสามลงเป็นอําเภอ แล้วตั้งเมืองใหม่ขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านทิศตะวันตก ณ ตําบลบางพุทรา โปรดฯพระราชทานนามใหม่ว่า เมืองสิงห์บุรี ปัจจุบันจังหวัดสิงห์บุรีมีเนื้อที่ประมาณ 822 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 6 อําเภอ คือ อําเภอเมือง อําเภออินทร์บุรี อําเภอบางระจัน อําเภอค่ายบางระจัน อําเภอพรหมบุรี และ อําเภอท่าช้าง
การเดินทาง ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปสิงห์บุรีสามารถไปได้ 3 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1 ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านอําเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี เข้าไปในตัวเมืองลพบุรี มีถนนตัดผ่านไปจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 179 กิโลเมตร เส้นทางที่ 2 ตามทางหลวงหมายเลข 1 แยกเข้าถนนหมายเลข 32 (ถนนสายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง จนถึงจังหวัดสิงห์บุรี ระยะทางประมาณ 142 กิโลเมตร เส้นทางที่ 3 จากทางหลวงหมายเลข 1 แยกเข้าถนนหมายเลข 32 (ถนนสายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเดินทางต่อด้วยเส้นทางหมายเลข 309 จะผ่านตัวเมืองจังหวัดอ่างทอง และตรงไปจนถึงจังหวัดสิงห์บุรี ระยะทางประมาณ 135 กิโลเมตร
รถโดยสารประจําทาง มีรถโดยสารธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานี ขนส่งสายเหนือ ถ.กําแพงเพชร 2 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00-16.00 น. รายละเอียดติดต่อ โทร. 936-3660, 936-3666 และยังมีรถเอกชนวิ่งบริการ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ออกเดินทางทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00-20.00 น.รายละเอียดติดต่อ บริษัท ส.วิริยะทรานสปอร์ต จํากัด สํานักงานสิงห์บุรี โทร. (036) 511259
ประเพณีกําฟ้า เป็นงานบุญพื้นบ้านของชาวไทยพวน ที่บ้านบางน้ำเชี่ยวและบ้านดอนคา อําเภอพรหมบุรี จัดขึ้นเพื่อเป็นการบูชาและระลึกถึงเทพยดาผู้รักษาฟากฟ้า และบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ถือเอาวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันสุกดิบ โดยหนุ่มสาวจะช่วยกันตําข้าวปุ้น (ขนมจีน) และข้าวจี่ ข้าวหลามไว้สําหรับทําบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้น พิธีจะมีในตอนเย็น ชาวบ้านจะนําข้าวสารเหนียว ไข่ น้ำตาล ไปเข้ามงคลในพิธีเจริญพุทธมนต์ กลางคืนจะมีมหรสพแสดงกันเป็นที่สนุกสนาน ตกดึกจะพากันนึ่งข้าวเหนียว ทําขนม ในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันกําฟ้า ชาวบ้านก็จะนําไทยทานและอาหารที่เตรียมไว้ไปร่วมทําบุญที่วัด เมื่อพ้นกําฟ้า 7 วันแล้ว จะต้องกําฟ้าอีกครึ่งวัน และนับต่อไปอีก 5 วัน จะมีการจัดอาหารถวายพระ เสร็จแล้วนําไฟดุ้นหนึ่งไปทําพิธีเลียแล้ง โดยการนําไปลอยตามแม่น้ำลําคลอง ถือเป็นการบูชาและระลึกถึงเทพเจ้า เป็นอันเสร็จพิธีกําฟ้า
ประเพณีกวนข้าวทิพย์ การกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาสนี้ มักจะจัดขึ้นที่หมู่บ้านวัดกุฎีทอง บ้านโภคาภิวัฒน์ วัดอุตมะพิชัย อําเภอพรหมบุรี วันทําพิธีกวนข้าวทิพย์มิได้กําหนดไว้เป็นที่แน่นอน มักจะทํากันในช่วงที่ข้าวกําลังเป็นน้ำนม โดยการปลูกปะรําพิธีแล้วใช้ด้ายสายสิญจน์ วนรอบปะรําพิธี นิมนต์พระสงฆ์ มาเจริญพระพุทธมนต์ แล้วให้หญิงสาวพรหมจารีย์นําเครื่องต่างๆที่เตรียมไว้ ได้แก่ ถั่ว งา นม เนย และน้ำที่คั้นได้จากข้าวน้ำนม ใส่ลงในกระทะที่ติดไฟด้วยฟืนไม้ชัยพฤกษและไม้พุทรา ขณะใส่ของต่างๆ ลงในกระทะ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้อง ย่ำกลอง จากนั้นจึงช่วยกันกวนข้าวทิพย์ ใช้เวลากวนประมาณ 6 ชั่วโมง เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะเตรียมถวายพระในวันรุ่งขึ้น
ประเพณีตีข้าวบิณฑ์ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ทํากันอยู่แห่งเดียวที่หมู่บ้านจักรสีห์ อําเภอเมืองสิงห์บุรี นิยมทําในช่วงวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่13-15เมษายนของทุกปี ชาวบ้านจะนัดกันทําพิธี โดยการนําข้าวเหนียวหรือข้าวเหนียวแดงมาหุงหรือนึ่งพอสุก นํามาใส่ใบตอง พับเป็นรูปกรวย นําไปถวายถวายหลวงพ่อพระนอน จักรสีห์ วัดพระนอนจักรสีห์ ด้วยการนําพานใส่กรวยข้าวเหนียวที่เตรียมวางไว้ด้านหน้าองค์พระนอน เพื่อทําพิธีถวายข้าวเหนียว เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปพอสมควรจะทําพิธีลาข้าว ทุกคนจะตรงไปที่พานข้าวของตน แบ่งข้าวเหนียวในกรวยใส่กระทง แล้วนําไปวางไว้ ที่หน้าองค์พระนอนพอเป็นสังเขป จากนั้นชาวบ้านจะแยกกันนั่งเป็นวง วงละ 6-7 คน แบ่งกันรับประทานข้าวที่เหลือ ซึ่งถือว่าเป็น ข้าวบิณฑ์ของหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์
การแข่งเรือยาวประเพณี การแข่งขันเรือยาว จัดขึ้นเป็นประจําในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาริมเขื่อนหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ซึ่งมีเรือที่มีชื่อเสียงของจังหวัดต่างๆ ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นับเป็นงานประเพณีที่ตื่นเต้นสนุกสนานและเร้าใจ ประกอบการความสวยงามของเรือแต่ละลําที่ตกแต่งประชันกันอย่างเต็มที่
งานวันวีรชนค่ายบางระจัน จัดขึ้นเป็นประจําในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่บริเวณอุทยานค่ายบางระจัน ตําบลบางระจัน อําเภอค่ายบางระจัน ประกอบไปด้วยพิธีสักการะรูปจําลองพระอาจารย์ธรรมโชติ และวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน การแสดงละครประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวีรกรรมวีรชนค่ายบางระจัน ประกอบแสง สี เสียง และมหรสพการละเล่นพื้นบ้านต่างๆ มากมาย
เครื่องจักสาน ทํากันมากที่บ้านระนามตําบลชีน้ำร้าย อําเภออินทรบุรี ผลิตเครื่องจักสานรูปแบบต่างๆ รวมทั้งของที่ระลึก เช่น ไก่ ผักตบชวา กุ้ง กบ ตะกร้า ฝาชี ฯลฯ ลวดลายงดงาม และประณีตมาก
เครื่องประดับมุก ทํากันที่บ้านแป้ง อําเภอพรหมบุรี มีผลงานประณีตศิลปะตั้งแต่ชิ้นเล็ก เช่น ตะลุมมุก กล่องใส่เครื่องประดับเชี่ยนหมาก กระเป๋า ฯลฯ จนถึงเครื่องเรือนประดับมุกขนาดใหญ่ ด้วยฝีมือช่างไทยโบราณที่มีฝีมือประณีตและมีความชํานาญมาก
ปั้นหม้อ ทํากันมากที่ตําบลบ้านแป้ง อําเภอพรหมบุรี ผลิตหม้อตาลขนาดเล็กและโถนึ่งข้าว เป็นหัตถกรรมที่ยังใช้เครื่องมือแบบสมัยเก่าที่น่าสนใจมาก
ปั้นพระรูปเหมือน มีที่บ้านบางม้อ ใกล้วัดสว่างอารมณ์ซึ่งสืบทอดฝีมือมาจากบ้านช่างหล่อธนบุรี
การทําที่นอน ทํากันมากในเขตอําเภอพรหมบุรีเป็นที่นอนที่มีคุณภาพ ยัดด้วยนุ่นใหม่ฝีมือประณีต ลวดลายสวยงาม เป็นพิเศษทําให้มีผู้นิยมมาซื้อหาไปใช้กันมาก