เต็นท์ทำหน้าที่อย่างไร เต็นท์ใช้ทำอะไร ? เต็นท์มีหน้าที่ ป้องกันแมลง สัตว์ ลม น้ำ ใช้สำหรับเป็นที่พักชั่วคราว
วัสดุที่นำมาใช้ผลิตเต็นท์คืออะไร ? สำหรับวัสดุที่นำมาผลิตเต็นท์นั้น มีหลายชนิด ผ้าใยสังเคราะห์ ( ไนลอน,โพลีเอสเตอร์) เคลือบกันน้ำ เป็น มิลลิเมตร ฟลายชีท ที่ดี ควรมีการซีล ที่ตะเข็บเพื่อไม่ให้น้ำรั่วซึมลงมาด้านใน ชนิดของการเคลือบกันน้ำ เคลือบด้วยโพลียูรีเทน ( PU ) , เคลือบด้วยซิลเวอร์ , เคลือบด้วยซีลีโคน
ส่วนประกอบของเต็นท์เรียกว่าอะไร เต็นท์ทำหน้าที่อย่างไร ? ฟลายชีท เป็นส่วนที่คลุมอยู่ด้านบนตัวเต็นท์ ฟลายชีททำหน้าที่ ลดการเกิดหยดน้ำในเต็นท์และช่วยกันฝน ลมและแสงแดดให้ตัวเต็นท์
ตัวเต็นท์ ทำหน้าที่ ป้องกันแมลง สัตว์มีพิษ และช่วยกันลม กันฝน วัสดุที่นำมาผลิตเต็นท์จะเป็นผ้าใยสังเคราะห์ ( ไนลอน, โพลีเอสเตอร์ ) สำหรับตัวเต็นท์ที่ดี ควรจะเป็นผ้าไม่เคลือบกันน้ำ ( ถ้าเต็นท์นั้นมีฟลายชีทแล้ว ) และมุ้งที่สามารถกันแมลงตัวเล็กได้
พื้นเต็นท์ เป็นส่วนด้านล่างปกติจะสีดำ ทำหน้าที่ในป้องกันน้ำ วัสดุที่นำมาผลิตพื้นเต็นท์จะเป็นผ้าใยสังเคราะห์ (โพลีเอสเตอร์ โพลิโพไพลีน ) ทิป และข้อแนะนำพิเศษ พื้นเต็นท์ที่ดี ควรใช้ผ้าผืนเดียวหรือมีการต่อแบบกันน้ำ มุมทั้ง 4 ด้านควรยกขึ้นจากพื้นเมื่อกางเต็นท์แล้ว
เสาเต็นท์ เป็นส่วนโครงสร้าง ทำให้เต็นท์ตั้งขึ้นเป็นรูปร่าง วัสดุที่นำมาผลิตเสาเต็นท์จะเป็นไฟเบอร์ใยแก้ว หรือ อลูมิเนียม เนื่องการเสาเต็นท์ที่ทำด้วยไฟเบอร์ใยแก้วอาจจะมีการแตกหักได้ด้วยสาเหตุหลายอย่าง ดังนั้นควรมีเทปปิด หรือสันหนังสือปิด เมื่อมีการหักของตัวเสาเต็นท์ ส่วนเสาที่ทำด้วยอลูมิเนียมจะมีความทนทานสูงกว่ามาก
สมอบกเต็นท์ สมอบกมีอยู่หลายรูปแบบ วัสดุที่นิยมนำมาใช้จะเป็นเหล็กชุบซิ้งค์, อลูมิเนียมเกรดอากาศยาน(ใช้ทำเครื่องบิน) ไฟเบอร์ใยแก้ว,พลาสติก ABS, รวมไปถึงไม้ รูปแบบของสมอบก มีดังนี้ - สมอบก รูปเข็ม เป็นสมอบกที่มาพร้อมกับเต็นท์ สามารถใช้ในพื้นที่เป็นดินได้ดี - สมอบก รูปฉาก เป็นสมอบกสมัยโบราณเอาไว้ใช้กับพื้นที่เป็นทราย หรือทะเลทราย - สมอบก รูปตัวไอ เป็นสมอบกที่ถูกพัฒนาให้มีด้านเสียดสีหลายด้านจึงทำให้ยึดเกาะได้ดีในเกือบทุกสภาพอากาศ - สมอบก แบบถุงผ้า เป็นสมอบกที่ใช้กับทรายเท่านั้น สามารถพับเก็บได้เล็กและไม่ทำอันตรายกับผ้าเต็นท์ในเวลาที่เก็บเต็นท์ในถุงเต็นท์ - สมอบก แบบวัสดุไขว้รูปตัว X เป็นวัสดุ 2 ชิ้นแบนและตรงเจาะรูตรงกลางทั้ง 2 อัน เมื่อเวลาจะใช้ก็กางออกเป็นรูปตัว X ใช้กับพื้นทราย
ดอยอินทนนท์ - ลานดงสน โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
ดอยสุเทพ - ดอยปุย - ลานดอยปุย บริเวณยอดดอยปุย เลยพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ไป 4-5 กม. - ลานมณฑาธาร โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ บริเวณน้ำตกมณฑาธาร เลยอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย 3 กม.
ดอยฟ้าห่มปก - ลานบ่อน้ำร้อน โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ - ลานดอยกิ่วลม อยู่เส้นทางขึ้นยอดดอยฟ้าห่มปก
ห้วยน้ำดัง - ลานเอื้องเงิน โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
เขาใหญ่ - ลานผากล้วยไม้ โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ - ลานลำตะคอง โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
ภูกระดึง - ลานวังกวาง โซนบนภูกระดึง
ผาแต้ม - ลานแมกไม้สายธาร โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ - ลานชมตะวัน โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ - ผังบริเวณ โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
แก่งกระจาน - ลานริมแก่งกระจาน โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ - ลานบ้านกร่าง โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.4 - ลานพะเนินทุ่ง โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.19 - ลานป่าละอู โซนหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.3
เอราวัณ - ลานริมแควใหญ่ โซนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ บริเวณริมแม่น้ำแควใหญ่
หมู่เกาะสุรินทร์ - ลานอ่าวช่องขาด บริเวณหาดอ่าวช่องขาด - ลานอ่าวไม้งาม บริเวณหาดอ่าวไม้งาม
หมู่เกาะสิมิลัน - ลานเกาะสี่ บริเวณหาดเกาะสี่ - ลานเกาะแปด บริเวณหาดเกาะแปด อ่าวเกือกม้า
เต็นท์รูปทรงสามเหลี่ยม ( A Frame ) เต็นท์แบบนี้ถูกออกแบบมาเป็นชนิดแรก จึงไม่มีความซับซ้อนทางด้านการออกแบบแต่อย่างใด โดยมีข้อดีในเรื่องการระบายน้ำได้ดี เป็นเต็นท์พื้นฐานที่สามารถนำวัสดุใกล้เคียงมาซ่อมแซมได้เมื่อเต็นท์เสียหาย เมื่อรูปทรงเต็นท์เป็นสามเหลี่ยมจึงทำให้มีพื้นที่ภายในด้านบนแคบ
เต็นท์รูปทรงบ้าน ( Cabin ) เป็นเต็นท์ที่ถูกพัฒนามาใช้กับกิจกรรมเดินทางด้วยรถ ซึ่งไม่มีข้อจำกัดน้ำหนักมากนักในการขนย้าย สามารถแบ่งเป็น ห้องหรือพื้นที่ทำกิจกรรมโดยเปลี่ยนเป็นฟลายชีทได้
เต็นท์รูปทรงโดม ( Dome ) เต็นท์ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถตั้งอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยการดึงของสมอ จึงสามารถตั้งได้ทุกสภาพพื้นผิว การที่มีรูปทรงเป็นครึ่งวงกลมจึงทำให้พื้นที่ภายในกว้างขึ้นและทำกิจกรรมอย่างอื่นภายในได้มากขึ้น
เต็นท์รูปทรงจีโอโดสิคโดม ( Geodosic Dome ) เป็นเต็นท์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากเต็นท์รูปทรงโดม โดยเพิ่มเสาด้านข้าง 2 เสา ทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น พื้นที่ภายในมีมากขึ้น แต่ก็ทำให้น้ำหนักเต็นท์มากขึ้นด้วย
เต็นท์รูปทรงท่อ ( Tunnel ) เต็นท์ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในลักษณะพื้นที่ ที่มีลมแรง การที่รูปทรงเต็นท์เป็นรูปทรงท่อจึงลดแรงประทะของลมทุกด้าน โครงสร้างเสาเป็นรูปโค้งจึงลดการปะทะทำให้เสาเสียหายน้อยลง เป็นเต็นท์ที่ถูกออกแบบให้ใช้เฉพาะที่
เต็นท์รูปทรงกรวย ( Hoop ) เป็นเต็นท์ที่ถูกพัฒนาให้ใช้กับคนจำนวนน้อยหรือในพื้นที่น้อย เป็นเต็นท์ที่ถูกออกแบบใช้เฉพาะ
เต็นท์รูปทรงปิรามิด ( Piramid ) เต็นท์มีน้ำหนักเบา ใช้เสาอลูมิเนียมหรือไม้เท้ามาทำเป็นเสา ดังนั้นเต็นท์จึงมีน้ำหนักเบาและเล็กกะทัดรัด แต่ต้องการใช้การตอกสมอและดึงเชือกในการตั้งเต็นท์
เต็นท์สปริง ( Spring ) เป็นเต็นท์ที่ใช้ขดลวดสปริงเป็นโครงสรางอยู่ภายในเต็นท์ ดังนั้นมันจึงกางเต็นท์ได้ง่ายที่สุด คือแค่โยนขึ้นไปในอากาศโครงสปริงก็จะดันตัวเต็นท์ให้กางออกเสร็จสรรพในพริบตา แต่จะไม่แนะนำให้ซื้อเต็นท์ประเภทนี่มาใช้เพราะมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง เนื่องจากตัวเสาเต็นท์ทำจากขดลวดสปริง
แล้วจะเลือกซื้อเต็นท์ ให้เหมาะกับความต้องการของเราได้อย่างไร ? ปกติการเลือกซื้อเต็นท์จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมและฤดูที่เราจะนำไปใช้
เต็นท์ในการทำกิจกรรมต่างๆ แบ่งออกดังนี้ - กิจกรรมที่ต้องการใช้เต็นท์ที่มีน้ำหนักเบา และขนาดเล็กเมื่อเก็บ คือ จักรยานทัวร์ริ่ง, แบ็กแพ็กกิ้ง,คยัคทัวร์ริ่ง กิจกรรมทั้งสามประเภทนี้ คือการเดินทางโดยการนำอุปกรณ์ทั้งหมดไปด้วย เช่น การปั่นจักรยาน,แบกเป้,พายเรือ - กิจกรรมที่ไม่ต้องการเต็นท์ที่น้ำหนักเบา คือ กิจกรรมแค้มปิ่ง แค้มป์คาร์ คือสามารถใช้พาหนะบรรทุกไปได้ จึงสามารถใช้เต็นท์ที่มีน้ำหนักมากไปได้
การเลือกใช้เต็นท์ให้เหมาะสมกับฤดู - ใช้ทั้ง 3 ฤดู ( ร้อน ฝน หนาว ) ควรเลือกใช้เต็นท์ที่มีฟลายชีทคลุมถึงพื้นทั้งหมดโดยจะไม่เห็นในส่วนที่เป็น ตัวเต็นท์และสามารถเปิดออกรับลมได้ - ใช้กับฤดูหนาวและร้อน สามารถใช้เต็นท์ในลักษณะเดียวกันได้โดยการปิดหรือเปิดประตูหรือหน้าต่างได้ - ใช้กับฤดูฝน ควรใช้เต็นท์ที่มีฟลายชีทคลุมถึงพื้นหรือเหมือนกับเต้นที่ใช้ได้ทั้ง 3 ฤดู ( ร้อน ฝน หนาว )
การเลือกใช้เต็นท์กับจำนวนคนนอน - สามารถนอนตามขนาดที่เต็นท์กำหนด แต่ไม่ควรนอนในจำนวนที่มากที่สุด คือ เต็นท์นอน 3 – 4 คน ควรนอน 3 คนและพื้นที่ที่เหลือ ควรเป็นที่สำหรับเก็บสิ่งของอย่างอื่นแทน
แนะนำการใช้เต็นท์ อายุการใช้งานเต็นท์ ลักษณะการใช้งานที่ดีที่สุด การดูแลรักษาเต็นท์ - ข้อมูลเฉพาะของเต็นท์แต่ละรุ่น ปกติจะมีคู่มือบอก เมื่อซื้อเต็นท์ - อายุการใช้งานเต็นท์ รับประกันประมาณ 3 ปี สารที่เคลือบกันน้ำจะเริ่มหมดอายุ - การดูแลรักษาเต็นท์ ในส่วนที่เป็นผ้า ให้ล้างน้ำสะอาดหลังจากการใช้โดยนำมาผึ่งลมให้แห้ง หรือถ้าไม่มีเวลาทำความสะอาดควรทำให้เต็นท์แห้งสนิทก่อนเก็บ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา
ความรู้เรื่องเต็นท์ที่เป็นส่วนประกอบอื่นๆ - การนอนกลางแจ้งให้หลับสบายนั้นต้องมีอุปกรณ์อื่นๆร่วมด้วย โดยจะแบ่งหน้าที่กัน โดยเต็นท์จะทำหน้าที่ป้องกันลม แมลง สัตว์ และน้ำ แต่ที่พื้นนั้นจะต้องใช้ แผ่นรองนอน เพื่อช่วยปรับพื้นที่ที่ขรุขระ ป้องกันความเย็น และน้ำ ในอีกส่วนที่สำคัญก็คือ ถุงนอน ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้ที่นอนหลับสบายได้ตลอดทั้งคืน - ส่วนประกอบอีกเล็กน้อยที่สำคัญ ก็คือ ควรมีไฟฉายและน้ำอยู่ใกล้ ๆ ตัว
การดูแลรักษาเต็นท์ การดูแลรักษาเต็นท์ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยาก ลองอ่านวิธีการเหล่านี้ดูแล้วคุณจะรู้ว่า เต็นท์และการดูแลนั้นง่ายนิดเดียว ดังนี้ 1. ฝึกกางเต็นท์ให้ถูกวิธี การที่คุณเรียนรู้วิธีการกางเต็นท์อย่างถูกวิธี จะทำให้เต็นท์ของคุณไม่เกิดความเสียหาย เพราะบางครั้งการกางเต็นท์ที่ไม่ถูกวิธีนั้น อาจทำให้อุปกรณ์บางชิ้นเกิดความเสียหายได้ เช่น อาจจะใส่เสาเต็นท์ผิดอันทำให้เกิดความเสียหายเวลางอเสาเข้ากับเต็นท์ เป็นต้น
2. อย่าเก็บเต็นท์ของคุณขณะที่เปียก ถ้าไม่จำเป็น เพราะอาจจะทำให้เกิดกลิ่นอับ และเชื้อราได้ เราควรนำเต็นท์มาผึ่งลมให้แห้งก่อน และนำเศษสิ่งสกปรกออกจากเต็นท์ แล้วจึงปิดซิปให้เรียบร้อย
3. ไม่ควรใช้สารเคมีในการทำความสะอาดเต็นท์ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะทำลายสารที่เคลือบเต็นท์ไว้ ควรใช้แค่ผ้าชุบน้ำเช็ดก็พอ ห้ามใช้แปรงขัดเพราะแปรงจะทำให้สารเคลือบหลุดออก เช่นกัน
4. ใช้ผ้าพลาสติกปูรองพื้นเต็นท์ ผ้ารองพื้นจะใช้ปูรองพื้นก่อนกางเต็นท์ ประโยชน์คือช่วยปกป้องตัวเต็นท์จากหินและกิ่งไม้ หรือของแหลมคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้พื้นเต็นท์เกิดความเสียหายได้ และนอกจากนี้ยังช่วยลดเวลาในการทำความสะอาด เพราะเราเพียงแต่ทำความสะอาดที่ผ้าปูเท่านั้น
5. การใช้สมอบกปักเต็นท์ บางคนอาจคิดว่าสมอบกไม่จำเป็นเพราะเต็นท์สามารถทรงตัวได้อยู่แล้ว แต่บางครั้งเมื่อเกิดลมแรง เต็นท์อาจจะมีการพลิกซึ่งอาจจะทำให้เต็นท์เสียหายได้ ถ้าช่วงที่คุณกางเต็นท์มีลมแรงควรจะนำสัมภาระเข้าไปไว้ในเต็นท์แล้วปักสมอบกยึดเต็นท์ไว้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเต็นท์พลิกจากแรงลมได้
6. ใช้อุปกรณ์ซ่อมแซมเต็นท์ถ้าจำเป็น หากเต็นท์คุณเกิดการเสียหาย เช่น ผนังเต็นท์มีรอยฉีกขาด ควรใช้พวกผ้าเทปปิดรอยขาดนั้นไว้ มิฉะนั้นรอยขาดนั้นจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ (ลองคิดถึงเสื้อผ้าที่ขาดดู ถ้าเรายิ่งดึงก็จะยิ่งขาดมากขึ้น) อุปกรณ์ซ่อมแซมเต็นท์สามารถหาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์แค้มปิ้ง ทั่วไป
ความรู้เกี่ยวกับการเกิดหยดน้ำในเต็นท์ เกิดจากการควบแน่นภายในเต็นท์ ผ้าเต็นท์เป็นผ้ากันน้ำจะกักเก็บความร้อนและความชื้นให้อยู่ภายใน เมื่อมีความเย็นมากระทบก็จะเกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำภายใน เราสามารถทำให้การควบแน่นภายในเต็นท์ให้น้อยลงได้ดังนี้
วิธีลดการเกิดหยดน้ำในเต็นท์ คือ 1.. ลดความชื้นในอากาศภายในเต็นท์โดยการทำช่องระบายอากาศและความชื้นด้านบนเต็นท์ 2. ทำให้ความเย็นจากภายนอกเข้ามาสัมผัสความชื้นภายในเต็นท์ได้ยากขึ้น วิธีการโดยเพิ่มชั้นอากาศ ให้นำฟลายชีทมาวางบนตัวเต็นท์แต่ต้องให้มีอากาศระหว่างกลาง เมื่อมีการไหลเวียนของอากาศก็จะทำให้การเกิดหยดในภายในเต็นท์น้อยลง ( เป็นหน้าที่หลักของฟลายชีท ) 3. ทำให้การเกิดหยดน้ำไปเกิดที่ฟลายชีท โดยใช้ผ้าที่ไม่เคลือบกันน้ำหรือผ้าที่สามารถระบายความชื้นได้มาทำเป็นตัวเต็นท์ ซึ่งความชื้นจะระบายออกไปด้านนอกของตัวเต็นท์ จึงทำให้ภายในไม่เกิดหยดน้ำ 4. ใช้ผ้าที่มีการระบายความชื้นได้ดี เช่น ผ้าเคลือบ กอร์เท็กซ์ (Gor- Tex) มาทำเต็นท์ก็จะสามารถช่วยลดการเกิดหยดในภายในเต็นท์ได้ แต่เต็นท์นั้นจะมีราคาแพงมาก
หมายเหตุ กระบวนการที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ช่วยให้การเกิดหยดน้ำในตัวเต็นท์น้อยลง แต่ไม่สามารถหยุดการเกิดหยดน้ำได้ เพราะที่บ้านของเราเป็นเมืองร้อนชื้น จึงเกิดกระบวนการควบแน่นตลอดเวลาจะมากหรือน้อยแล้วแต่สถานะการครับ